please, click the link below... valu="ehttp://images.website.ws/images/english/banners/kvmlm2/468x60_03.swf?usetop=1&link1=http%3A%2F%2Fwebsite%2Ews%2Fkvmlm2%2Fmy%2Edhtml%3Fsponsor%3Dgummirk">
secret life
Saturday, January 2, 2016
Thursday, January 29, 2015
ดาวโป๊" สุดเอ็กซ์..ที่รวยที่สุดในโลก
ที่มา : http://www.clipmass.com
คงไม่ต้องบอกใช่มั้ยคะว่าการจะเป็นดาราหนังโป๊ได้เนี่ยมันไม่ง่ายเลย ไม่ใช่แค่ถอดบนถอดล่างแล้วจะได้เงิน..ซึ่งจริงๆแล้วมันถือเป็นอาชีพที่ได้เงินดีสุดๆ ก็แหมต้องแลกมาด้วยร่างกายขนาดนั้นนี่หน่า วันนี้ทางทีมงาน Toptenthailand จึงได้นำเอา 10 ดาราหนังโป๊ที่รวยที่สุดมาให้คุณดูกัน ไม่แน่นะอาจจะมีคนโปรดของคุณก็ได้..หึหึ
อันดับ 10 Sasha Grey
เราเชื่อว่าสาวหน้าคม สุดสวยคนนี้คงเป็นขวัญใจของใครหลายๆคน เพราะไม่ว่าเธอจะรับบทบาทเป็นอะไร ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมาโดยตลอด อาจจะเป็นเพราะรูปร่างที่สมส่วน ไม่เล็ก-ไม่ใหญ่จนเกินไป ดูยังไงก็น่าจะธรรมชาติทั้งตัว ทำให้เธอมีเงินถึง 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 82,500,000 บาท
ขอบคุณภาพจาก http://tapiture.com/tap/1935520/50-shades-of-sasha-grey-1
ขอบคุณภาพจาก http://tapiture.com/tap/1935520/50-shades-of-sasha-grey-1
อันดับ 9 Jenna Haze
สาวร่างบางคนนี้คงจะถูกใจหนุ่มๆที่ชอบผู้หญิงตัวเล็กกะทัดรัดได้เป็นอย่างดี เพราะดูยังไงหุ่นของเธอก็สุดแสนจะผอมแห้ง แต่อย่างว่าละเนอะ..บางทีหน้าตา รูปร่าง ก็ไม่สำคัญเท่าลีลาจริงมั้ยคะ? เงิน 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 115,500,000 บาท เลยเข้ากระเป๋าเธอไปอย่างสบายๆ
ขอบคุณภาพจาก http://eseifrancesi.altervista.org
ขอบคุณภาพจาก http://eseifrancesi.altervista.org
อันดับ 8 Katie Morgan
มาถึงสาวผมบลอนด์กันบ้างกับ Katie Morgan ที่แค่หุ่นของเธอก็กระชากใจคนดูกันไปหมด แถมยังบวกกับหน้าตาที่สวยงาม ดูยังไงก็นางแบบดีๆนี่เอง จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงมีเงินได้ถึง 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 148,500,000 บาท!!
ขอบคุณภาพจาก http://www.clipmass.com/story/92657
ขอบคุณภาพจาก http://www.clipmass.com/story/92657
อันดับ 7 Bree Olson
ตามมาติดๆกับสาวบลอนด์ร่างเล็ก แต่สัดส่วนของเธอนั้นไม่ได้เล็กเลย!! เพราะหน้าอกหน้าใจอันใหญ่บะละฮึ่มดูเป็นธรรมชาติของเธอก็เอาทำหนุ่มๆใจละลายกันมาเยอะ แถมหน้าตาที่ดูเป็นเด็กก็ยิ่งทำให้ฟินกันไปใหญ่ จึงไม่น่าแปลกเลยที่สาวคนนี้จะมีเงินกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 165,000,000 บาท
ขอบคุณภาพจาก https://forshiggles.wordpress.com
ขอบคุณภาพจาก https://forshiggles.wordpress.com
อันดับ 6 Maria Takagi
มาถึงสาวเอเชียคนเดียวที่ติดใน 1 ใน 10 ของเรากันบ้าง เธอคือ Maria Takagi สาวญี่ปุ่นสุดสวยที่มีทั้งรูปร่างอวบอัด ผิวขาวเนียนน่าสัมผัส และหน้าตาอันแสนจะจิ้มลิ้มตามประสาคนญี่ปุ่น ทำเอาทั้งหนุ่มไทย หนุ่มน้ำตาข้าวทั้งหลายตกหลุมรักเธอกันทั้งน้าน..เลยทำให้เธอมีเงินมากถึง 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 198,000,000 บาท เลยทีเดียว
ขอบคุณภาพจาก http://www.inven.co.kr/
ขอบคุณภาพจาก http://www.inven.co.kr/
อันดับ 5 Traci Lords
มาถึงอันดับที่ 5 ของเรากันแล้ว ซึ่งเธอคนนี้ไม่ใช่สาวๆแบบที่ผ่านมา เพราะเธอทำงานในวงการบันเทิงอย่างโชกโชน ทั้งแสดงหนัง แสดงละคร ร้องเพลง หรือรวมไปถึงหนังเอ็กซ์ๆด้วย ซึ่งความดังของเธอในยุคนั้นนี่ต้องบอกว่าดังเป็นพลุแตกเลยทีเดียว เธอจึงมีเงินกว่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 231,000,000 บาท
ขอบคุณภาพจาก http://www.film.ru/articles/mastera-seksa
ขอบคุณภาพจาก http://www.film.ru/articles/mastera-seksa
อันดับ 3 Tori Black และ Jesse Jane
อันดับ 3 ของเรามีถึง 2 คนด้วยกัน!! ซึ่งเป็นสาว 2 ประเภท คนแรกคือสาวผมสีน้ำตาลสุดฮอตที่มาพร้อมกับรูปร่างอันชวนตะลึง ส่วนอีกคนคือสาวผมบลอนด์ กับหุ่นแบบเด็ดดวง ที่หน้าอกหน้าใจใหญ่พอๆกับลูกมะพร้าว!! แต่ด้วยสิ่งๆนี้แหละที่ทำให้ทั้งคู่มีเงินถึง 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 264,000,000 บาทเลยทีเดียว
ขอบคุณภาพจาก http://247sports.com และ http://blog.mysanantonio.com
ขอบคุณภาพจาก http://247sports.com และ http://blog.mysanantonio.com
อันดับ 2 Tera Patrick
เชื่อว่าหลายคนคงไม่รู้ว่าเธอคนนี้มีเชื้อชาติไทยผสมอยู่นะจ๊ะ!! ไม่เชื่อก็ลองดูหน้าเธอดีๆสิ ว่ามีความคมเข้มเหมือนคนไทยอยู่ไม่น้อย ที่ถึงแม้อายุจะใกล้ 40 ปีแล้วแต่เธอก็ยังสวย เซ็กซี่ไม่สร่าง เลยทำให้เธอครองอันดับ 2 ไปอย่างง่ายดาย ด้วยเงินที่มีถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 495,000,000 บาท!!
ขอบคุณภาพจาก http://wallpoper.com/wallpaper/tera-patrick
ขอบคุณภาพจาก http://wallpoper.com/wallpaper/tera-patrick
อันดับ 1 Jenna Jameson
อันดับ 1 ของเราได้แก่ Jenna Jameson ดาราหนังโป๊ที่อำลาวงการมาได้สักพักใหญ่ๆ และหันมาทำงานเป็นผู้กำกับสุดฮอตแทน ในอดีตเธอคนนี้ถือว่าเป็นตัวแม่เลยทีเดียว เพราะหุ่นที่สามารถขยี้ใจชาย ที่มาพร้อมกับอกอึ๋มแบบทะลัก และผมบลอนด์สุดเอ็กซ์ ทำให้เธอได้ใจผู้ชมไปอย่างล้นหลาม จึงมีทรัพย์สินมากถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 990,000,000 บาท เลย
ขอบคุณภาพจาก http://www.medyaradar.com
ขอบคุณภาพจาก http://www.medyaradar.com
ตลาดกลางคืน ที่คนไทยไปช้อปมากที่สุด
ที่มา : ToptenThailand
เชื่อว่าหลายๆคนคงเบื่อการเข้าไปเที่ยว ไปช้อปปิ้งในห้างกันแล้วใช่มั้ยคะ เพราะเดินๆไปบรรยากาศก็เหมือนเดิม ไม่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ วันนี้ทางทีมงาน Toptenthailand จึงได้นำเอา 10 อันดับตลาดกลางคืนที่คนไทยชอบไปเที่ยว ไปช้อปปิ้งมาฝากกัน เผื่อว่าใครอยากจะตามไปช้อปบ้างจะได้มีตัวเลือกดีๆ
อันดับ 10 ตลาดกลางคืนสะพานพุทธ
ใครที่ชอบของถูกต้องไม่พลาดที่นี่ เพราะที่นี่รวบรวมตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา และของมือสองคุณภาพดีที่คุณสามารถต่อรองราคาได้ มีตั้งแต่หลักสิบไปถึงหลักพัน และแน่นอนว่าถ้าใครเหนื่อยกับการช้อปแล้วล่ะก็สามารถเดินขึ้นไปชมวิวสวยๆที่สะพานแห่งนี้ได้ รับรองว่าคุณจะติดใจบรรยากาศยามค่ำคืนของที่นี่ ใครสนใจก็ไปได้ทุกวัน อังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึง ตี 2 นะจ๊ะ
ขอบคุณภาพจาก http://www.thailovetrip.com/view.php?id_view=152
ขอบคุณภาพจาก http://www.thailovetrip.com/view.php?id_view=152
อันดับ 9 The walk เกษตร-นวมินทร์
หรือที่เรียกกันว่า “ตลาดนัดรถโบราณ” ต้องบอกว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่ขายรถ โชว์รถเก่าๆแบบที่เราเคยคิด เพราะยังมีสินค้ามือหนึ่งและมือสองแบบเท่ๆ แนวๆ วินเทจเอาใจคนชอบของแปลก ที่ไม่สามารถเห็นกันได้ตามตลาดทั่วไป และที่สำคัญที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายรูปชั้นดี เพราะมีแต่รถเก่าๆ น่ารักๆที่หาดูได้ยาก ที่นี่เปิดทุกวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน
ขอบคุณภาพจาก http://www.iurban.in.th/shopping/vintagecarmarket-the-walk/
ขอบคุณภาพจาก http://www.iurban.in.th/shopping/vintagecarmarket-the-walk/
อันดับ 8 ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา
ที่นี่มีเสน่ห์อยู่ตรงการจัดตลาดเป็นโซนทำให้เดินหาของได้ง่าย เป็นระเบียบ ไม่ต้องเสียแรงเดินให้ทั่ว ซึ่งที่นี่มีขายตั้งแต่ของมือสอง เสื้อผ้า ของจุกจิกทั้งหลาย และยังมีโซนอาหาร-เครื่องดื่มที่มีให้เลือกเพียบ!! รับรองว่านอกจากจะหมดเงินไปกับการซื้อของแล้ว ยังต้องหมดกับอาหารอร่อยๆ อีกด้วย ที่นี่เปิดทุกวันอังคาร พุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ 5โมงเย็น ถึงตี2 เลยทีเดียว
ขอบคุณภาพจาก http://pantip.com/topic/31516108
ขอบคุณภาพจาก http://pantip.com/topic/31516108
อันดับ 7 ตลาดเยาวราช
ถึงแม้คนที่มาตลาดเยาวราชจะไม่ได้มาช้อปปิ้งเสื้อผ้า หรือของใช้เหมือนที่อื่นๆ แต่ที่นี่ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งอาหารชั้นยอดเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะอาหาร และวัตถุดิบทำอาหารจีน ที่รับรองได้จะทำให้คุณเพลิดเพลินมากกว่าการช้อปปิ้งทั่วไปซะอีก แต่ระวังนะมาที่นี่บ่อยๆ น้ำหนักขึ้นชัวร์ๆ
ขอบคุณภาพจาก https://bellhub.wordpress.com/
ขอบคุณภาพจาก https://bellhub.wordpress.com/
อันดับ 6 ตลาดสำเพ็ง
อย่างที่ทุกคนรู้คือที่นี่เปิดตอนกลางวันด้วย แต่ใครจะไปรู้ว่าถ้ามาตอนกลางคืนของที่ขายจะเยอะ และราคาถูกกว่า แน่นอนว่าอากาศก็ไม่ร้อนอีกด้วย ใครที่อยากได้ของตั้งแต่เครื่องประดับ ขนตาปลอม รองเท้า ไปจนถึงกระเป๋าเดินทางที่นี่มีหมด แถมราคายังถูกจนคุณจะตกใจ!! เปิดตั้งแต่คืนวันจันทร์ – คืนวันเสาร์ ประมาณ 03.00 - 07.00 น.
ขอบคุณภาพจาก http://www.wikalenda.com/
ขอบคุณภาพจาก http://www.wikalenda.com/
อันดับ 5 ถนนข้าวสาร
สำหรับที่นี่คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก เพราะคงจะรู้ๆกันดีอยู่แล้วว่าเป็นที่สุดโปรดของนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คทั้งหลาย แต่คนไทยก็ไม่น้อยหน้า เพราะส่วนใหญ่ก็มักจะไปส่องชาวต่างชาติกัน (ฮ่าๆ) ทั้งยังมีของไทยๆให้เลือกซื้อละลานตาไปหมด ทำเอามีคนไทยไม่น้อยที่เสียเงินให้กับถนนแห่งนี้ โดยเฉพาะกับอาหาร!!
ขอบคุณภาพจาก http://www.expedia.co.th/
ขอบคุณภาพจาก http://www.expedia.co.th/
อันดับ 4 ตลาดนัดจตุจักรกลางคืน
หลายคนที่ไม่เคยไปคงงงว่าที่นี่เปิดตอนกลางคืน ดึกดื่นด้วยหรอ? แน่นอนค่ะ เพราะที่นี่เปิดคืนวันศุกร์เอาใจคนที่เกลียดอากาศร้อน และแน่นอนว่ายิ่งมาดึกเท่าไหร่ร้านค้ายิ่งเปิดเยอะมากเท่านั้น ขอแนะนำให้คุณไปกับเพื่อนเยอะๆนะคะ เวลาซื้อของจะได้ซื้อหลายชิ้นและต่อรองราคาได้ บางอย่างนี่ถูกจนน่าตกใจเลยแหละ
ขอบคุณภาพจาก http://migrationology.com/
ขอบคุณภาพจาก http://migrationology.com/
อันดับ 3 ตลาดนัดกลางคืนสยามสแควร์
เรียกได้ว่าเป็นตลาดริมถนนที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุดก็เป็นไปได้ เพราะอยู่ในย่านที่คนเยอะได้ทั้งวันอย่างสยามสแควร์ โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่น ที่เห็นของเหล่านี้เป็นไม่ได้ เลยทำให้ที่นี่คึกคักกว่าที่อื่น เพราะของทั้งเยอะ ทั้งหลากหลาย ใครผ่านแถวนั้นก็อย่าลืมลงไปเดินช้อปทุกวันอังคาร – อาทิตย์ รับรองว่าบรรยากาศจะชวนให้คุณอยากควักเงินออกไปซื้อของ
ขอบคุณภาพจาก http://travel.mthai.com/blog/
ขอบคุณภาพจาก http://travel.mthai.com/blog/
อันดับ 2 ตลาดนัดจตุจักรกรีน (ตลาดนัดสยามยิปซี)
ที่นี่อยู่ใกล้กับจตุจักรนิดเดียว แต่คาดว่าทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ คนคงจะมาที่นี่มากกว่าแล้วล่ะ เพราะบรรยากาศออกจะร่มรื่น ของขายเพียบ มีทั้งของมือหนึ่ง มือสอง ที่ราคาน่ารัก แต่ที่ดึงดูดสุดๆก็คงหนีไม่พ้น ร้านอาหาร(ร้านนั่งดื่ม) ชิวๆ ที่มีดนตรีสดเล่นให้ฟัง แถมคนยังไม่เยอะเบียดเสียดกันอีกด้วย เอาเป็นว่าใครเดินจตุจักรบ่อยแล้วก็ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้างละกัน
ขอบคุณภาพจาก http://galakung.com/review
ขอบคุณภาพจาก http://galakung.com/review
อันดับ 1 ตลาดรถไฟศรีนครินทร์
ถือเป็นตลาดกลางคืนที่เอาใจคนที่ชื่นชอบของโบราณเป็นที่สุด เพราะที่นี่ได้กลายมาเป็นตลาดในยุคก่อน ที่เต็มไปด้วยของใช้ เสื้อผ้า ของตกแต่งบ้าน รถโบราณ ไปจนถึงของสะสมหายาก เรียกได้ว่าใครชอบของเก่า ของชิคๆ วินเทจๆ ล่ะก็ต้องมาที่นี่ รับรองจะไม่ผิดหวัง ที่สำคัญอาหารในตลาดแห่งนี้มีแต่อร่อยๆทั้งนั้น ใครสนใจก็มี 2 โซนให้เลือกเดิน คือ โซนพลาซ่า เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ และโซนตลาดนัด เปิดวันพุธ และศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น.
ขอบคุณภาพจาก http://www.smeleader.com
ขอบคุณภาพจาก http://www.smeleader.com
10 โรงแรมผีจากทั่วโลก
ที่มา : ToptenThailand
อย่างที่เราเคยบอกกันไปสักพักแล้วว่าไม่ว่าที่ไหน ประเทศไหน แน่นอนว่าต้องมีวิญญาณหรือผี!! นั่นเอง โดยวันนี้ทางทีมงาน Toptenthailand เลยได้นำเอา 10 โรงแรมผีสิงจากทั่วโลกมาฝากกัน เผื่อว่าใครอยากจะลองดีจะได้ไปจองโรงแรมต่อไปนี้!! แต่ถ้าเป็นเราล่ะก็ขอหนีด่วนๆ ต่อให้พักฟรียังไม่นอนเลยจ้า
10. โรงแรมน็อตติงแฮม โร้ด – ประเทศแอฟริกาใต้
หลายคนคงจะคิดว่าผีที่จะอยู่ในโรงแรมนั้นมีแต่ผีของผู้มาใช้บริการใช่มั้ยคะ? แต่ที่นี่กลับเป็นผีพนักงาน!! ที่เมื่อตายไปแล้วยังไม่ยอมไปผุดไปเกิดซะที ยังคงมาขยับถ้วยชามบ้าง เปิดฝาเบียร์ให้ลูกค้าบ้าง กดกระดิ่งเมื่อมีคนมา (ทั้งๆที่กระดิ่งใช้งานไม่ได้) หรือแม้กระทั่งเจาะยางรถลูกค้า!! เพราะสงสัยจะไม่ยอมให้ทิปเธอละมั้ง
ขอบคุณภาพจาก http://www.travelground.com/blog/
ขอบคุณภาพจาก http://www.travelground.com/blog/
9. โรงแรมแลงแฮม - ประเทศอังกฤษ
อย่าได้คิดว่าโรงแรม 5 ดาวจะไม่มีผีนะคะ เพราะที่นี่มีผีหลายหลายประเภทคอยตามหลอกหลอนคุณ ทั้งหญิงสาวสวมชุดโบราณคอยเดินไปเดินมาตามทางเดิน ทหารเยอรมันที่มักจะเดินเคาะห้องคนไปทั่ว แม้กระทั่งผีเชื้อพระวงศ์ อย่างวิญญาณของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ซึ่งปรากฏกายหลอกหลอนที่ชั้นใต้ดิน ห้อง 333 ซึ่งถือเป็นห้องที่น่ากลัวที่สุดของโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งเรื่องนี้สำนักข่าว BBC ได้ออกมายืนยัน เพราะเคยเห็นผีอยู่ตรงหน้ามาแล้ว!!
ขอบคุณภาพจาก http://generationexorcist.blogspot.com/
ขอบคุณภาพจาก http://generationexorcist.blogspot.com/
8. โรงแรมบูมา อินน์ – ประเทศจีน
เป็นเรื่องเล่าของประเทศใกล้เคียงเรานี่เอง ที่บอกกันมาว่าที่นี่เคยเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมสยองขวัญ ที่พ่อครัวได้ทำการวางยาพิษให้แขกคนหนึ่งจนเสียชีวิต และพ่อครัวที่กลัวจะถูกจับได้ก็เลยฆ่าตัวตายตามในภายหลัง เรื่องสยองยังไม่จบเพียงเท่านี้ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลาย 10 ปี ก็ยังคงมีคนเห็นวิญญาณชายคนนี้เดินไปทั่วห้องโถงเหมือนกำลังตามหาพ่อครัวเพื่อมาชำระแค้น
ขอบคุณภาพจาก http://www.disclose.tv/action/viewvideo/
ขอบคุณภาพจาก http://www.disclose.tv/action/viewvideo/
7. โรงแรมแดรกส์โฮล์ม สล็อต – ประเทศเดนมาร์ก
โรงแรมแห่งนี้เคยเป็นบ้านของผีสามตน ได้แก่ เกรย์เลดี้ ไวท์เลดี้ และเอิร์ล ออฟ บอธเวลล์ มาเริ่มที่ เกรย์ เลดี้ กันก่อน เธอเป็นสาวพรหมจรรย์ที่อุทิศตัวให้กับปราสาท ที่จงรักภักดีจนต้องกลับมาตรวจเช็ความเรียบร้อยของชั้นล่างทุกคืนแม้ว่าเธอจะตายไปแล้วก็ตาม!! ส่วนท่านเอิร์ล ออฟ บอธเวลส์ นั้นถูกจับมาอยู่ที่นี่ในช่วงยุค 1500 และโดนขังไว้ในห้องใต้ดิน ท้ายที่สุด เขาก็เป็นบ้าและเสียชีวิตที่นั่น โดยมีคนเห็นเขาออกมาเดินที่ห้องโถงเป็นประจำ และสุดท้ายไวท์ เลดี้ซึ่งเป็นลูกสาวของอดีตเจ้าของปราสาท เธอได้ตกหลุมรักกับหนุ่มสามัญเข้า แต่เมื่อพ่อเธอรู้เรื่อง เลยจับเธอขังในปราสาท ต่อมาในปี 1930 มีการค้นพบโครงกระดูกในชุดสีขาวที่หลังกำแพงด้านหนึ่ง ซึ่งคาดว่าคือเธอนั่นเอง
ขอบคุณภาพจาก http://www.garboedal.dk/baykort/
ขอบคุณภาพจาก http://www.garboedal.dk/baykort/
6. โรงแรมเดล โคโรนาโด – ประเทศสหรัฐอเมริกา
เห็นหรูหราแบบนี้ นี่แหละสถานก่อคดีสะเทือนขวัญอันลึกลับและยาวนาน ตั้งแต่ปี 1892 ที่พบศพ เคที่ มอร์แกน นักพนันสาวชาวอเมริกัน ดับอนาถคาบันได ด้วยสภาพลูกปืนฝังกะโหลกศีรษะ ซึ่งยังสรุปไม่ได้ว่าคือการฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย หลังจากนั้นมา แขกทั้งหลายก็เล่าว่า พบเห็นวิญญาณของเธอแต่งกายชุดสมัยวิคตอเรียสีขาวปรากฏตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทางเดิน ห้องพัก หรือ ชายหาดซึ่งเป็นสถานที่โปรดของเธอ บางครั้งสุดหลอนถึงขั้นโหยหวนเสียงดัง แสงไฟในโรงแรมกะพริบวูววาบ ทั้งยังมีกลิ่นเขม่าควันรุนแรง ที่ใครๆก็ต้องได้กลิ่น แถมห้องพัก หมายเลข 3312 ของเธอยังมีราคาสูงมาก เพราะคนต่างอยากมาลองของนั่นเอง
ขอบคุณภาพจาก http://sylwestrzakcreative.com/clients/hoteldel/
ขอบคุณภาพจาก http://sylwestrzakcreative.com/clients/hoteldel/
5. โรงแรมบัลลี่กัลลี่ คาสเซิล – ประเทศไอร์แลนด์
ด้วยความที่ที่นี่เคยเป็นปราสาทมาก่อน จึงมีบรรยากาศชวนหลอน และยิ่งจะหลอนหนักเข้าเมื่อรู้ว่าเลดี้ อิสเบลล่า ชอว์สิงอยู่!! ซึ่งเธอเคยโดนคุมขังที่ปราสาทแห่งนี้ในศตวรรษที่ 17 ด้วยข้อหาให้กำเนิดทารกที่เป็นเด็กสาวแทนที่จะเป็นเด็กชาย ทำให้เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก เลยคิดสั้นกอดลูกสาวไว้ แล้วกระโดดลงมาฆ่าตัวตาย ซึ่งหลักจากสร้างที่นี่เป็นโรงแรม ทั้งพนักงาน หรือแขก ก็มักจะได้ยินเสียงผีแม่ลูกอ่อนรายนี้อุ้มลูกที่ร้องไห้เดินผ่านห้องโถงและเคาะประตูตามห้องต่างๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ขอบคุณภาพจาก http://hauntedamericatours.com/toptenhaunted/
ขอบคุณภาพจาก http://hauntedamericatours.com/toptenhaunted/
4. โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท – ประเทศไต้หวัน
ถ้าใครเคยไป หรือเคยเห็นโรงแรมนี้คงจะรู้ดีว่า ต้องมีผีสิงแน่ๆ เพราะตรงประตูทางเข้าของโรงแรมเต็มไปด้วยของศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยขจัดวิญญาณร้ายได้ แต่คาดว่ายังไงก็คงไม่หมด เพราะที่นี่สร้างบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสถานกักกันทางการเมืองสมัยสงคราม และมีนักโทษถูกประหารเป็นจำนวนมาก จึงทำให้แขกทั้งหลายเจอผีแบบเต็มๆ ทั้งเฮี้ยน ทั้งหลอนกันจนนอนไม่ได้เลยทีเดียว
ขอบคุณภาพจาก http://www.sandiegoreader.com/news/
ขอบคุณภาพจาก http://www.sandiegoreader.com/news/
3. โรงแรม แสตนลีย์ – ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์สยองขวัญ เดอะ ไชน์นิ่ง ที่หลายคนไม่อยากจะเชื่อว่านอกจอนั้นก็เฮี้ยนไม่แพ้ในเรื่อง เพราะมีตั้งแต่ผีเด็กวิ่งเล่นยามค่ำคืน ผีผู้หญิงแข็งตายในห้องโถง จนถึงที่หลอนสุด ผี เอฟ.โอ.แสตนลีย์ และ ฟลอร่า สามี-ภรรยาซึ่งเป็นเจ้าของแรก โดยเล่ากันว่ามีคนเห็น วิญญาณแสตนลีย์เดินวนเวียนอยู่ที่ล็อบบี้ บาร์ และห้องบิลเลียด ขณะเดียวกันก็มีคนพบ ผีฟลอร่า นั่งบรรเลงเปียโนอยู่ที่ห้องดนตรี และเมื่อพวกเขาเปิดประตูเข้าไปดู ก็เห็นเหมือนแป้นกดบนเปียโนกำลังเคลื่อนไหว แต่พอเข้าไปใกล้ๆ ดนตรีก็หยุดลงอย่างฉับพลัน!
ขอบคุณภาพจาก http://www.hauntedplacesinamerica.com/the-stanley-hotel
ขอบคุณภาพจาก http://www.hauntedplacesinamerica.com/the-stanley-hotel
2. โรงแรมรัสเซลล์ - ประเทศออสเตรเลีย
อีกโรงแรมผีสิง แห่งประวัติศาสตร์ที่กล่าวขวัญกันมาโดยตลอด เพราะก่อนหน้านี้เคยเป็นโรงพยาบาลเก่าในช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้ทรพิษและกาฬโรค ต่อมาได้กลายเป็นห้องว่างให้เช่าและโฮสเทลสำหรับกะลาสี ที่สุดท้ายก็หลายมาเป็นผีเฝ้าห้อง โดยแขกที่เข้าพัก ห้องหมายเลข 8 เล่าถึงประสบการณ์สุดหลอนว่า มีผีกะลาสีจ้องมองพวกเขาจนหลับไม่ลง และปั่นประสาทด้วยการเดินไปเดินมาที่ระเบียง ก่อนหายตัวไปแบบหลอนๆ!!
ขอบคุณภาพจาก https://peoplemakepictures.wordpress.com/
ขอบคุณภาพจาก https://peoplemakepictures.wordpress.com/
1. โรงแรม เดอะ ควีน แมรี่ย์ – ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานที่แห่งนี้เคยเป็นเรือหรูที่ใช้เพื่อขนส่งทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นโรงแรมลอยน้ำ ที่ว่ากันว่า เป็นที่อยู่ของผีจำนวนมาก นั่นก็เพราะมีคนตายที่นี่มากถึง 49 คน!! ซึ่งแขกทั้งหลายก็ได้เห็นทั้งกะลาสีที่โดนประตูที่ 13 ของห้องเครื่องยนต์ทับเสียชีวิต โผล่ออกมาเดินในห้องโถง ก่อนจะหายตัวไปหลังประตูที่คร่าชีวิตเขา นอกจากนี้ ยังมีคนเห็นผู้หญิงในชุดอาบน้ำจากยุค 1930 นั่งอยู่รอบๆสระว่ายน้ำชั้นหนึ่ง (แม้ว่าสระจะโดนปิดไปหลายสิบปีแล้วก็ตาม) และเห็นเด็กหญิงร่างเล็กซึ่งจมน้ำตายในสระว่ายน้ำชั้นสอง ปรากฏตัวอยู่ในบริเวณนั้นพร้อมกับกอดตุ๊กตาหมีไว้ และเดินร้องไห้ไปรอบๆนั่นเอง!!
ขอบคุณภาพจาก http://www.paranormalocean.com/
ขอบคุณภาพจาก http://www.paranormalocean.com/
10 ความลับบนเครื่องบินที่คุณไม่เลยรู้
ที่มา : http://www.clipmass.com/story/92450
เครื่องบิน ถือเป็นการเดินทางที่ไว และว่ากันว่าปลอดภัยที่สุด แต่ใครจะไปรู้ว่าเครื่องบินพวกนี้ต่างก็มีความลับซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าคุณไม่ใช่คนวงในแบบกัปตัน นักบิน หรือแอร์โฮสเตสอาจจะไม่มีวันรู้ แต่วันนี้ทางทีมงาน Toptenthailand ก็ได้นำเอา "ความลับ" เหล่านั้นมาเปิดเผยในท่านผู้อ่านทุกคนได้รู้กันแล้ว
10. ทำไมต้องหรี่ไฟ?
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเวลาบินตอนกลางคืนจะต้องหรี่ไฟด้วย ซึ่งเหตุผลหลักๆอาจจะเป็นเพราะว่าต้องการให้ผู้โดยสารพักผ่อน แต่เหตุผลรองลงมาที่สำคัญไม่แพ้กัน และน้อยคนคงจะรู้ นั่นก็คือ ปรับไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น สายตาของคนเราจะได้ปรับให้มองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้น
ขอบคุณภาพจาก http://phoenixcontact-sea.com/blog/
ขอบคุณภาพจาก http://phoenixcontact-sea.com/blog/
9. เรื่องของหน้ากากฉุกเฉิน
รู้มั้ยคะ..ว่าทำไมเค้าถึงย้ำนักย้ำหนาว่าต้องใส่หน้ากากให้ตัวเองก่อนเด็ก เพราะจริงๆแล้ว เรามีเวลา 15 นาทีในการสวมหน้ากากออกซิเจนเพื่อหายใจให้เรียบร้อยก่อนจะสลบไป ซึ่งสำหรับเด็กนั้นการสลบไป 2-3 ครั้งก็ยังไม่เป็นอันตรายเท่าผู้ใหญ่
ขอบคุณภาพจาก http://www.clipmass.com/story/
ขอบคุณภาพจาก http://www.clipmass.com/story/
8. เครื่องบินถูกฟ้าผ่าด้วยรึ?
แน่นอนค่ะ ว่าคงต้องมีคนสงสัยแน่ ๆเพราะบางทีเราก็บินในขณะที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ และคำถามก็เกิดขึ้นว่าฟ้าจะผ่าเครื่องบินได้มั้ย? คำตอบคือ ได้ค่ะ และเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ แต่รับรองว่าจะไม่ส่งผลถึงผู้โดยสารบนเครื่องแน่นอน เพราะกระแสไฟฟ้าจึงผ่านเปลือกนอกของเครื่องบินออกไป โดยจะไม่ทำอันตรายต่อผู้โดยสารภายในเครื่องบินจ้า
ขอบคุณภาพจาก http://galleryhip.com/lightning-plane.html
ขอบคุณภาพจาก http://galleryhip.com/lightning-plane.html
7. ความลับของไฟลท์บิน
คุณเชื่อมั้ยคะว่า ทุกไฟลท์ของเครื่องบินนั้น โดยเฉพาะที่บินต่างประเทศแล้ว มักจะมีการส่งของแปลกๆให้กัน โดยเฉพาะ “อวัยวะ” ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลดีต่อทางการแพทย์ เพราะการขนส่งที่รวดเร็วจะทำให้อวัยวะนั้นอยู่ครบสมบูรณ์ แต่สำหรับคนที่นั่งไปพร้อมกับอวัยวะพวกนี้อาจจะขนลุกอยู่บ้าง
ขอบคุณภาพจาก http://www.thetimes.co.uk/tto/health/
ขอบคุณภาพจาก http://www.thetimes.co.uk/tto/health/
6. ที่เก็บกระเป๋า
คงจะพอรู้กันมาบ้างใช่มั้ยคะว่าพวกสัมภาระของเราทั้งหลายเนี่ยเค้าเก็บกันไว้ใต้ท้องเครื่อง!! และแน่นอนว่าคงไม่มีใครเข้าไปเรียงกระเป๋ากว่าร้อยๆใบให้มันเรียบร้อยหรอกค่ะ ส่วนมากก็จะเป็นการโยนๆ อัดๆกันเข้าไปมากกว่า ดังนั้นใครที่ชอบเก็บของที่แตกได้ง่ายไว้ในกระเปาล่ะก็ระวังให้ดี!!
ขอบคุณภาพจาก http://abcnews.go.com/International/luggage-safe-traveling
ขอบคุณภาพจาก http://abcnews.go.com/International/luggage-safe-traveling
5. ห้ามสูบบุหรี่!!
เชื่อว่าแทบจะทุกเที่ยวบิน ทุกสายการบิน ที่ห้ามไม่ให้ผู้โดยสารทั้งหลายสูบบุหรี่บนเครื่องใช่มั้ยคะ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ดันมีเครื่องบินบางลำที่มีที่เขี่ยบุหรี่ไว้ให้พร้อม แถมยังมีไว้ข้างๆกับป้ายเตือนห้ามสูบบุหรี่เลย ทำเอาผู้โดยสารงงกันใหญ่ ว่าสรุปแล้วสูบได้มั้ยน๊า?
ขอบคุณภาพจาก http://www.plumbworld.co.uk/
ขอบคุณภาพจาก http://www.plumbworld.co.uk/
4. กลไกเครื่องบิน
ถือเป็นความรู้ใหม่จริงๆสำหรับข้อนี้ที่บอกว่า ต่อให้เครื่องบินไม่มีเครื่องยนต์ก็ยังสามารถบินอยู่บนท้องฟ้าได้ถึง 42 ไมล์เลยทีเดียว และที่ทุกคนคิดว่ามักจะเกิดอุบัติเหตุนั้น ส่วนมากมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่เครื่องบินขึ้น-ลงไม่ใช่ตอนที่เครื่องบินลอยอยู่บนฟ้า
ขอบคุณภาพจาก http://antarcticsun.usap.gov/science/
ขอบคุณภาพจาก http://antarcticsun.usap.gov/science/
3. กัปตันเท่านั้น!!
เรียกได้ว่าบนเครื่องบินนั้นคนที่มีอำนาจสูงสุดเลยก็คือกัปตันนั่นเอง ที่จะสามารถสั่งให้พนักงานบนเครื่องทำอะไรก็ได้ หรือแม้กระทั่งเขียนค่าปรับ หรือดูแลควบคุมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบิน เรียกว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามคำสั่งของกัปตัน!!
ขอบคุณภาพจาก https://zokimag.wordpress.com/tag/fasten-seatbelt-sign-is-no-joke/
ขอบคุณภาพจาก https://zokimag.wordpress.com/tag/fasten-seatbelt-sign-is-no-joke/
2. สัญญาณ (ไม่)ลับ
หลายคนคงสงสัยว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ปล้นเครื่องบินขึ้นมาคนอื่นจะรู้ได้ยังไง เพราะบางทีนักบินก็ไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ ไม่ว่าจะกับแอร์โฮสเตส หรือกับหอควบคุม ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นนักบินจะทำปีกให้เครื่องบินช้าลง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า เครื่องมีปัญหานั่นเอง
ขอบคุณภาพจาก http://www.clipmass.com/story/
ขอบคุณภาพจาก http://www.clipmass.com/story/
1. อาหารนักบิน?
ถ้าไม่บอกทุกคนก็คงจะคิดเหมือนกันว่านักบินก็กินอาหารเหมือนๆกับผู้โดยสาร แต่จริงๆแล้วผิดถนัดค่ะ เพราะนักบินก็จะมีอาหารต่างหาก ซึ่งถ้ามีนักบิน 2 คน อาหารที่ทั้งคู่ได้จะต่างกัน เผื่อว่าอาหารไม่สด ไม่ใหม่พอ อาจจะทำให้ท้องเสียได้ ซึ่งทองเสียคนเดียวก็ดีกว่าท้องเสียสองคนจริงมะ?
ขอบคุณภาพจาก http://www.huffingtonpost.com/
ขอบคุณภาพจาก http://www.huffingtonpost.com/
10 อันดับร้านขนมหวานมาการอง ที่อร่อยที่สุด
ที่มา : wongnai , ทีมงาน toptenthailand
“มาการอง” ขนมหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส เริ่มจะเป็นที่นิยมมากขึ้นในบ้านเราแล้วในขณะนี้ ด้วยสารพัดสีสันสดใส และผิวสัมผัสอันซับซ้อนของขนม ที่มีความเบาและกรอบคล้ายผิวหน้าของขนมเมอแรงจ์ แต่ข้างในความกรอบนั้น เมื่อกัดลงไปแล้ว ก็จะได้พบเจอกับความนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อขนม ยิ่งเมื่อบวกกับไส้ในสารพัดรสที่แต่ละร้านก็บรรจงปั้นแต่งให้ออกมามีรสชาติแปลกใหม่น่าลิ้มลอง ทำให้ “ขนมมาการอง” กลายเป็นขนมที่หลายๆ คนหลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นไปแล้ว วันนี้ทางทีมงาม toptenthailand จึงขอนำเอา 10 อันดับร้านขนมหวานมาการอง ที่อร่อยที่สุด ชิ้นเดียวไม่เคยพอ มาให้ทุกคนได้รู้กันว่าร้านไหนอร่อยและควรลิ้มลอง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ
10. Lenôtre Natural Ville หลังสวน
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.wongnai.com
มาการองอันน้อย อร่อยเบาๆ ราคาไม่แพง ร้านอาหารและร้านขนมชื่อดังจากฝรั่งเศส เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีขนมมาการองรสชาติดีให้คนรักมาการองได้ไปลิ้มลอง แม้ขนมมาการองของ “Lenotre” จะชิ้นไม่ใหญ่มากนัก และไส้ไม่ตู้มเหมือนเจ้าอื่น แต่เรื่องรสชาติและผิวสัมผัสของมาการองก็ไม่แพ้ใครเช่นกัน มีให้เลือกหลายรส เช่น Banana, Chocolate, Coffee, Raspberry, Vanilla, Pistachio และ Mint ที่สำคัญราคาของมาการองที่ “Lenotre” ไม่แพงอย่างที่คิด แถมดูน่าจะถูกกว่าเจ้าอื่นๆ เสียด้วย เพราะขายเป็นแพค แพคหนึ่งมี 5 ชิ้น ราคาประมาณ 110 บาท หรือตกชิ้น 20 กว่าบาทเท่านั้น สมัยที่เปิดร้านใหม่ๆ ราคาชิ้นละไม่ถึง 20 บาทด้วยซ้ำ จัดเป็นมาการองที่ราคาถูกที่สุด
ตั้งอยู่ที่ 61 ซอยหลังสวน ถนนหลังสวน (ชั้น G Natural Ville Executive Residences) ลุมพินี , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร 10330
มาการองอันน้อย อร่อยเบาๆ ราคาไม่แพง ร้านอาหารและร้านขนมชื่อดังจากฝรั่งเศส เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีขนมมาการองรสชาติดีให้คนรักมาการองได้ไปลิ้มลอง แม้ขนมมาการองของ “Lenotre” จะชิ้นไม่ใหญ่มากนัก และไส้ไม่ตู้มเหมือนเจ้าอื่น แต่เรื่องรสชาติและผิวสัมผัสของมาการองก็ไม่แพ้ใครเช่นกัน มีให้เลือกหลายรส เช่น Banana, Chocolate, Coffee, Raspberry, Vanilla, Pistachio และ Mint ที่สำคัญราคาของมาการองที่ “Lenotre” ไม่แพงอย่างที่คิด แถมดูน่าจะถูกกว่าเจ้าอื่นๆ เสียด้วย เพราะขายเป็นแพค แพคหนึ่งมี 5 ชิ้น ราคาประมาณ 110 บาท หรือตกชิ้น 20 กว่าบาทเท่านั้น สมัยที่เปิดร้านใหม่ๆ ราคาชิ้นละไม่ถึง 20 บาทด้วยซ้ำ จัดเป็นมาการองที่ราคาถูกที่สุด
ตั้งอยู่ที่ 61 ซอยหลังสวน ถนนหลังสวน (ชั้น G Natural Ville Executive Residences) ลุมพินี , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร 10330
9. 103+Factory
ขอบคุณรูปภาพจาก : pantip.com
มาการองสีสวย รสชาติไม่หวานจัด เสิร์ฟมาบนถาดไม้เก๋ไก๋น่ารัก “103+ Factory” ร้านขนมชื่อดัง คอนเซปต์เก๋ๆ ที่มีขนมมาการองอร่อยๆ ขายกับเค้าด้วยเหมือนกัน และยังคงคอนเซปต์เดิม คือเสิร์ฟมาบนถาดไม้เรียบๆ แต่แอบเก๋ ทว่าขนมมาการองของที่นี่ราคาสูงเอาเรื่อง คือชิ้นละ 45 บาท มีหลากหลายรสชาติ ทั้งรสผลไม้ เช่น Strawberry, Orange, Lemon, Mixberry, Lychee Rose, Raspberry รสชาติหอมหวานสไตล์เครื่องดื่ม เช่น Coffee, Chocolate, Vanilla, Earl Grey และรสถั่ว Pistachio มาการองของที่นี่เนื้อจะนุ่มและมีความชุ่มฉ่ำอยู่ข้างใน แต่ก็ยังคงความกรอบเมื่อกัดลงไปคำแรก
ตั้งอยู่ที่ 24/4 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน (จาก BTS อารีย์ เข้าซอยพหลโยธิน 7 แล้วตรงเข้ามาเรื่อยๆ เลยค่ะ สังเกตด้านขวามือหน้าปากซอยมีร้านก๋วยเตี๋ยวหมูหมู มีป้ายซอยอารีย์4(ฝั่งเหนือ)อยู่ค่ะให้เลี้ยวขวาตรงเข้ามาในซอยประมาณ50เมตร จะเจอร้านผ้าใบสีขาวดำ 103+ Factoryเลยค่ะ) สามเสนใน , พญาไท , กรุงเทพมหานคร 10400
มาการองสีสวย รสชาติไม่หวานจัด เสิร์ฟมาบนถาดไม้เก๋ไก๋น่ารัก “103+ Factory” ร้านขนมชื่อดัง คอนเซปต์เก๋ๆ ที่มีขนมมาการองอร่อยๆ ขายกับเค้าด้วยเหมือนกัน และยังคงคอนเซปต์เดิม คือเสิร์ฟมาบนถาดไม้เรียบๆ แต่แอบเก๋ ทว่าขนมมาการองของที่นี่ราคาสูงเอาเรื่อง คือชิ้นละ 45 บาท มีหลากหลายรสชาติ ทั้งรสผลไม้ เช่น Strawberry, Orange, Lemon, Mixberry, Lychee Rose, Raspberry รสชาติหอมหวานสไตล์เครื่องดื่ม เช่น Coffee, Chocolate, Vanilla, Earl Grey และรสถั่ว Pistachio มาการองของที่นี่เนื้อจะนุ่มและมีความชุ่มฉ่ำอยู่ข้างใน แต่ก็ยังคงความกรอบเมื่อกัดลงไปคำแรก
ตั้งอยู่ที่ 24/4 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน (จาก BTS อารีย์ เข้าซอยพหลโยธิน 7 แล้วตรงเข้ามาเรื่อยๆ เลยค่ะ สังเกตด้านขวามือหน้าปากซอยมีร้านก๋วยเตี๋ยวหมูหมู มีป้ายซอยอารีย์4(ฝั่งเหนือ)อยู่ค่ะให้เลี้ยวขวาตรงเข้ามาในซอยประมาณ50เมตร จะเจอร้านผ้าใบสีขาวดำ 103+ Factoryเลยค่ะ) สามเสนใน , พญาไท , กรุงเทพมหานคร 10400
8. Cafe Cha THE SIAM HOTEL
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.wongnai.com
มาการองไส้สด ทำวันต่อวัน ร้านกาแฟเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใน “The Siam Hotel” โรงแรมที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เป็นร้านที่นอกจากจะเสิร์ฟชา กาแฟ และมีเซ็ตอาฟเตอร์นูน ทีเสิร์ฟแล้ว ยังมี “ขนมมาการอง” ขายอีกด้วย แม้จะมีให้เลือกเพียงไม่กี่รสชาติ แต่ก็เป็นมาการองที่อร่อยจัด อร่อยเต็มทุกชิ้น เพราะไม่ได้มีกระบวนการการผลิตแบบ mass แต่เป็นการผลิตแบบสดๆ วันต่อวันด้วยฝีมือ “Pastry Chef” ของโรงแรม ที่จะคิดค้นไส้ต่างๆ ของมาการองไปตามวัตถุดิบที่มีในแต่ละวัน ดังนั้นมาการองของ “Cafe Cha” จึงมีรสชาติไม่ตายตัว แต่หลักๆ ที่มีขายคือ "Sweet Pink" หรือ ชานมเย็น , Apple Crumble, Choc & Strawberry และ Pistachio ทุกรสจะมี texture ของวัตถุดิบแต่ละอย่างให้สัมผัสได้ตอนเคี้ยวด้วย และเพราะความสดใหม่บวกกับความประณีตนี่เอง มาการองของ “Cafe Cha” จึงมีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่สักหน่อย คือ ชิ้นละ 50 บาท แต่ก็อร่อยคุ้มค่าน่าลอง
ตั้งอยู่ที่ 3/2 ถนนขาว (หลังโรงพยาบาลวชิระ ซอยเข้าโรงแรมอยู่เชิงสะพานกรุงธนฝั่งที่มุ่งหน้าเข้าเมือง) วชิรพยาบาล , ดุสิต , กรุงเทพมหานคร 10300
มาการองไส้สด ทำวันต่อวัน ร้านกาแฟเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใน “The Siam Hotel” โรงแรมที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เป็นร้านที่นอกจากจะเสิร์ฟชา กาแฟ และมีเซ็ตอาฟเตอร์นูน ทีเสิร์ฟแล้ว ยังมี “ขนมมาการอง” ขายอีกด้วย แม้จะมีให้เลือกเพียงไม่กี่รสชาติ แต่ก็เป็นมาการองที่อร่อยจัด อร่อยเต็มทุกชิ้น เพราะไม่ได้มีกระบวนการการผลิตแบบ mass แต่เป็นการผลิตแบบสดๆ วันต่อวันด้วยฝีมือ “Pastry Chef” ของโรงแรม ที่จะคิดค้นไส้ต่างๆ ของมาการองไปตามวัตถุดิบที่มีในแต่ละวัน ดังนั้นมาการองของ “Cafe Cha” จึงมีรสชาติไม่ตายตัว แต่หลักๆ ที่มีขายคือ "Sweet Pink" หรือ ชานมเย็น , Apple Crumble, Choc & Strawberry และ Pistachio ทุกรสจะมี texture ของวัตถุดิบแต่ละอย่างให้สัมผัสได้ตอนเคี้ยวด้วย และเพราะความสดใหม่บวกกับความประณีตนี่เอง มาการองของ “Cafe Cha” จึงมีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่สักหน่อย คือ ชิ้นละ 50 บาท แต่ก็อร่อยคุ้มค่าน่าลอง
ตั้งอยู่ที่ 3/2 ถนนขาว (หลังโรงพยาบาลวชิระ ซอยเข้าโรงแรมอยู่เชิงสะพานกรุงธนฝั่งที่มุ่งหน้าเข้าเมือง) วชิรพยาบาล , ดุสิต , กรุงเทพมหานคร 10300
7. Macarons Et Moi
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.twosave.com
มาการองสีสันจัดจ้าน รสหวานหนัก มีให้เลือก 22 รส พร้อมถุงเจลรักษาความเย็น ร้าน “Macarons Et Moi” (มาการอง เอต์ มัว) เป็นร้านมาการองที่ตั้งอยู่ที่ “The Crystal Park” เฟส 2 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เป็นร้านที่แม้จะดูเหมือนอยู่ไกลจากตัวเมืองชั้นในอยู่สักหน่อย แต่สาวกมาการองก็ไม่พลาดที่จะตามไปชิม ขนมมาการองของร้านนี้เป็นสไตล์ฝรั่งเศสที่เจ้าของร้านประยุกต์ให้เป็นสูตรเฉพาะของตัวเอง รสชาติจึงค่อนข้างหวานกว่าเจ้าอื่นๆ เหมาะกับคนที่ชอบขนมรสออกหวาน ส่วนสีสันก็จัดจ้านแสบทรวงจริงๆ แถมยังมีให้เลือกกันเพลินถึง 22 รส เช่น Chocolate, Thai Iced Tea, Passion Fruit, Kiwi, Lime, Lemon, Choco Banana, Cream Cheese, Peanut Butter, Strawberry ราคาชิ้นละ 35 บาท ถ้าซื้อใส่กล่องกลับบ้าน จะมีถุงเจลรักษาความเย็นใส่มาให้ด้วย เพื่อช่วยคงรสชาติและรูปร่างของขนมมาการอง
ตั้งอยู่ที่ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (The Crystal phase2 2nd floor opposite B2S) The Crystal (เดอะคริสตัล) , ลาดพร้าว , ลาดพร้าว , กรุงเทพมหานคร 10230
มาการองสีสันจัดจ้าน รสหวานหนัก มีให้เลือก 22 รส พร้อมถุงเจลรักษาความเย็น ร้าน “Macarons Et Moi” (มาการอง เอต์ มัว) เป็นร้านมาการองที่ตั้งอยู่ที่ “The Crystal Park” เฟส 2 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เป็นร้านที่แม้จะดูเหมือนอยู่ไกลจากตัวเมืองชั้นในอยู่สักหน่อย แต่สาวกมาการองก็ไม่พลาดที่จะตามไปชิม ขนมมาการองของร้านนี้เป็นสไตล์ฝรั่งเศสที่เจ้าของร้านประยุกต์ให้เป็นสูตรเฉพาะของตัวเอง รสชาติจึงค่อนข้างหวานกว่าเจ้าอื่นๆ เหมาะกับคนที่ชอบขนมรสออกหวาน ส่วนสีสันก็จัดจ้านแสบทรวงจริงๆ แถมยังมีให้เลือกกันเพลินถึง 22 รส เช่น Chocolate, Thai Iced Tea, Passion Fruit, Kiwi, Lime, Lemon, Choco Banana, Cream Cheese, Peanut Butter, Strawberry ราคาชิ้นละ 35 บาท ถ้าซื้อใส่กล่องกลับบ้าน จะมีถุงเจลรักษาความเย็นใส่มาให้ด้วย เพื่อช่วยคงรสชาติและรูปร่างของขนมมาการอง
ตั้งอยู่ที่ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (The Crystal phase2 2nd floor opposite B2S) The Crystal (เดอะคริสตัล) , ลาดพร้าว , ลาดพร้าว , กรุงเทพมหานคร 10230
6. Lacerise Siam Paragon
ขอบคุณรูปภาพจาก : web.stagram.com
สีสันสดใส กรอบนอกนุ่มใน ผิวหน้าฉ่ำเยิ้ม และไม่ได้มีแค่รสหวานๆ หากใครที่ชอบกินขนมมาการอง แต่ไม่ชอบรสชาติหวานๆ ของมาการอง น่าจะชอบของ “Lacerise” เพราะขนมมาการองของที่นี่มีรสชาติที่หลากหลายคละเคล้ากันไปตามแต่ละไส้ เช่น เปรี้ยวๆ อย่าง Passion Fruit, Strawberry, Blueberry, Orange, Cherry, Raspberry, Lemon, รสซ่าๆ ของมาการอง Mint และนอกจากนี้ยังมีรส Coffee, Caramel, , Vanilla, , Chocolate, Green Tea, Marron, , Ginger, Pistachio และ Ispahan หรือมาการองกลิ่นกุหลาบ แถมมาการองของที่นี่ยังมีสีสันสดใสน่ากินราวกับลูกกวาดอีกด้วย บางรสก็มีการโรยผงโกโก้หรือผงชาเขียวไว้ด้านบน เป็นการประดับประดาให้มาการองดูน่ากินมากขึ้น ส่วนราคานั้นก็ไม่แพงจนเกินไป แค่ชิ้นละ 28 บาทเท่านั้น
ตั้งอยู่ที่ พระราม 1 (อยู่เยื้องๆกับร้านกาแฟstarbuck ชั้น3 สยามพารากอน) Siam Paragon , ปทุมวัน , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร 10330
สีสันสดใส กรอบนอกนุ่มใน ผิวหน้าฉ่ำเยิ้ม และไม่ได้มีแค่รสหวานๆ หากใครที่ชอบกินขนมมาการอง แต่ไม่ชอบรสชาติหวานๆ ของมาการอง น่าจะชอบของ “Lacerise” เพราะขนมมาการองของที่นี่มีรสชาติที่หลากหลายคละเคล้ากันไปตามแต่ละไส้ เช่น เปรี้ยวๆ อย่าง Passion Fruit, Strawberry, Blueberry, Orange, Cherry, Raspberry, Lemon, รสซ่าๆ ของมาการอง Mint และนอกจากนี้ยังมีรส Coffee, Caramel, , Vanilla, , Chocolate, Green Tea, Marron, , Ginger, Pistachio และ Ispahan หรือมาการองกลิ่นกุหลาบ แถมมาการองของที่นี่ยังมีสีสันสดใสน่ากินราวกับลูกกวาดอีกด้วย บางรสก็มีการโรยผงโกโก้หรือผงชาเขียวไว้ด้านบน เป็นการประดับประดาให้มาการองดูน่ากินมากขึ้น ส่วนราคานั้นก็ไม่แพงจนเกินไป แค่ชิ้นละ 28 บาทเท่านั้น
ตั้งอยู่ที่ พระราม 1 (อยู่เยื้องๆกับร้านกาแฟstarbuck ชั้น3 สยามพารากอน) Siam Paragon , ปทุมวัน , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร 10330
5. BOCHA Tea & Macaron Asiatique The Riverfront
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.wongnai.com
มาการองหวานน้อย อร่อยนาน ร้านขนม ชา ชานมไข่มุกเล็กๆ ที่เอเชียทีค ที่สร้างสรรค์มาการองสีสันสดใสออกมาจนเป็นที่ถูกอกถูกใจใครหลายคน มีทั้งรส Rum & Raisin, Rose, Cream Cheese, Vanilla, Blueberry, Strawberry, Green Tea, Chocolate และ Coconut จุดเด่นของมาการองร้านนี้คือ “หวานน้อย” และมีกลิ่นหอมของรสนั้นๆ อยู่ในตัวมาการอง แถมยังราคาไม่แพง แค่ชิ้นละ 35 บาทเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะมีมาการองวางขายที่หน้าร้านแล้ว ร้าน “Bocha” ยังรับทำมาการองตามออเดอร์ และรับทำ “มาการอง ทาวเวอร์” ซึ่งจะมีรสชาติพิเศษที่ลูกค้าสามารถสั่งทำได้นอกเหนือไปจากรสชาติที่ขายอยู่ตามปกติด้วย เช่น “Macaron with Gold Glitter on Top” มาการองรสชาติต่างๆ ที่ประดับด้วยสีทองกลิตเตอร์ด้านบน
ตั้งอยู่ที่ เจริญกรุง 74 วัดพระยาไกร (อยู่ระหว่างโกดัง 5&6 อยู่ตรง The Harbour Market) Asiatique The Riverfront (เอเชียทีค) , วัดพระยาไกร , บางคอแหลม , กรุงเทพมหานคร 10120
มาการองหวานน้อย อร่อยนาน ร้านขนม ชา ชานมไข่มุกเล็กๆ ที่เอเชียทีค ที่สร้างสรรค์มาการองสีสันสดใสออกมาจนเป็นที่ถูกอกถูกใจใครหลายคน มีทั้งรส Rum & Raisin, Rose, Cream Cheese, Vanilla, Blueberry, Strawberry, Green Tea, Chocolate และ Coconut จุดเด่นของมาการองร้านนี้คือ “หวานน้อย” และมีกลิ่นหอมของรสนั้นๆ อยู่ในตัวมาการอง แถมยังราคาไม่แพง แค่ชิ้นละ 35 บาทเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะมีมาการองวางขายที่หน้าร้านแล้ว ร้าน “Bocha” ยังรับทำมาการองตามออเดอร์ และรับทำ “มาการอง ทาวเวอร์” ซึ่งจะมีรสชาติพิเศษที่ลูกค้าสามารถสั่งทำได้นอกเหนือไปจากรสชาติที่ขายอยู่ตามปกติด้วย เช่น “Macaron with Gold Glitter on Top” มาการองรสชาติต่างๆ ที่ประดับด้วยสีทองกลิตเตอร์ด้านบน
ตั้งอยู่ที่ เจริญกรุง 74 วัดพระยาไกร (อยู่ระหว่างโกดัง 5&6 อยู่ตรง The Harbour Market) Asiatique The Riverfront (เอเชียทีค) , วัดพระยาไกร , บางคอแหลม , กรุงเทพมหานคร 10120
4. TWG Tea Salon & Boutique The Emporium
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.wongnai.com
ไส้ของมาการองมีชา TWG เป็นส่วนผสม ถ้าใครหลงรักชาของ “TWG Tea Salon Boutique” ก็จะต้องหลงรัก “ขนมมาการอง” ของที่นี่ด้วยเช่นกัน เพราะ “ขนมมาการอง” แต่ละชิ้น มีจุดเด่นตรงที่มีส่วนผสมของชา “TWG Tea” ผสมอยู่ในไส้ด้วย และชื่อของแต่ละรส ก็จะเป็นชื่อของชาชนิดที่ใช้ทำไส้ เช่น “Lemon Bush Tea”, “Napoleon Tea & Caramel”, “Matcha Tea”, “Bain de Rose Tea”, “Moroccan Mint Tea" และ “Earl Grey & Chocolate" แต่มาการองของ “TWG Tea Salon Boutique” จะราคาค่อนข้างสูงอยู่สักหน่อย แถมมีขนาดค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับเจ้าอื่น โดยราคาจะอยู่ที่ชิ้นละประมาณ 50 บาท 6 ชิ้น 300 บาท/ 12 ชิ้น 600 บาท แต่ถ้าได้ลิ้มลองรสชาติความหอมหวานของ “มาการอง” ที่นี่สักชิ้น จะรู้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคาสุดๆ
ตั้งอยู่ที่ ถนน สุขุมวิท (ชั้น G The Emporium) คลองเตย , คลองเตย , กรุงเทพมหานคร 10110
ไส้ของมาการองมีชา TWG เป็นส่วนผสม ถ้าใครหลงรักชาของ “TWG Tea Salon Boutique” ก็จะต้องหลงรัก “ขนมมาการอง” ของที่นี่ด้วยเช่นกัน เพราะ “ขนมมาการอง” แต่ละชิ้น มีจุดเด่นตรงที่มีส่วนผสมของชา “TWG Tea” ผสมอยู่ในไส้ด้วย และชื่อของแต่ละรส ก็จะเป็นชื่อของชาชนิดที่ใช้ทำไส้ เช่น “Lemon Bush Tea”, “Napoleon Tea & Caramel”, “Matcha Tea”, “Bain de Rose Tea”, “Moroccan Mint Tea" และ “Earl Grey & Chocolate" แต่มาการองของ “TWG Tea Salon Boutique” จะราคาค่อนข้างสูงอยู่สักหน่อย แถมมีขนาดค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับเจ้าอื่น โดยราคาจะอยู่ที่ชิ้นละประมาณ 50 บาท 6 ชิ้น 300 บาท/ 12 ชิ้น 600 บาท แต่ถ้าได้ลิ้มลองรสชาติความหอมหวานของ “มาการอง” ที่นี่สักชิ้น จะรู้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคาสุดๆ
ตั้งอยู่ที่ ถนน สุขุมวิท (ชั้น G The Emporium) คลองเตย , คลองเตย , กรุงเทพมหานคร 10110
3. Erawan Bakery
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.hiclasssociety.com
มีส่วนผสมของเหล้ากลิ่นส้ม เห็นเป็นร้านในโรงแรมหรูอย่างนี้ แต่ “ขนมมาการอง” ของ “เอราวัณ เบเกอรี่” ราคาเบามากอย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มต้นที่ชิ้นละ 30 บาทเท่านั้น มีบางรสชาติที่อาจจะแพงหน่อย คือชิ้นละ 50 บาท เพราะเป็นรสชาติพิเศษที่ใช้วัตถุดิบพิเศษโดยเฉพาะ เช่น “แกรนด์ มานิเยร์” ที่ใช้เหล้าแกรนด์ มานิเยร์ เปลือกส้ม และสับปะรด ด้านบนมีแผ่นทองคำเปลวแปะไว้ ทำให้ดูสูงค่ามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีรสชาเขียวมัทฉะ, สตรอเบอร์รี่, เลมอน, ราสพ์เบอร์รี่, วานิลลา และมอคคา ส่วนตัวมาการองก็เนื้อหนานุ่ม และมีความหยุ่นกำลังดี กินแล้วจะไม่สามารถหยุดได้ที่ชิ้นเดียวแน่นอน
ตั้งอยู่ที่ 494 ถนนราชดำริ (โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ) ลุมพินี , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร
มีส่วนผสมของเหล้ากลิ่นส้ม เห็นเป็นร้านในโรงแรมหรูอย่างนี้ แต่ “ขนมมาการอง” ของ “เอราวัณ เบเกอรี่” ราคาเบามากอย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มต้นที่ชิ้นละ 30 บาทเท่านั้น มีบางรสชาติที่อาจจะแพงหน่อย คือชิ้นละ 50 บาท เพราะเป็นรสชาติพิเศษที่ใช้วัตถุดิบพิเศษโดยเฉพาะ เช่น “แกรนด์ มานิเยร์” ที่ใช้เหล้าแกรนด์ มานิเยร์ เปลือกส้ม และสับปะรด ด้านบนมีแผ่นทองคำเปลวแปะไว้ ทำให้ดูสูงค่ามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีรสชาเขียวมัทฉะ, สตรอเบอร์รี่, เลมอน, ราสพ์เบอร์รี่, วานิลลา และมอคคา ส่วนตัวมาการองก็เนื้อหนานุ่ม และมีความหยุ่นกำลังดี กินแล้วจะไม่สามารถหยุดได้ที่ชิ้นเดียวแน่นอน
ตั้งอยู่ที่ 494 ถนนราชดำริ (โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ) ลุมพินี , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร
2. Mandarin Oriental Shop Siam Paragon
ขอบคุณรูปภาพจาก : lb.wongnai.com
มาการองรสค็อกเทล ขนมเบเกอรี่ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพ นั้นเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาถึงความอร่อยระดับเทพมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฉะนั้นหากจะถามถึง “ขนมมาการอง” ของที่นี่ ก็ต้องบอกว่าอร่อยไม่แพ้ใครเช่นกัน เพราะผิวนอกของมาการองมีความกรอบแต่ก็ยังมีความนุ่มชุ่มฉ่ำอยู่ข้างใน บวกกับไส้รสชาติต่างๆ ที่ผ่านการคิดสร้างสรรค์มาแล้วเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ “มาการองรสค็อกเทล” ที่หยิบเอาเครื่องดื่มต่างๆ มาสร้างสรรค์ให้เป็นรสชาติของมาการอง เช่น Mojito, Grand Marnier, The Bloody Mary และ Baileys นอกจากนี้ยังมีการจับคู่รสชาติต่างๆ เข้าด้วยกัน จนออกมาเป็นรสชาติใหม่ๆ ที่ลงตัว เช่น Mint and Chocolate Drop, Rose and Vanilla, Chocolate Hazelnut, Chocolate Passionfruit หรือ Mint and Chocolate Drop และมาการองรสผลไม้นานาชนิด เช่น Coconut, Lemongrass, Banana, Lemon, Raspberry, Peach, Blueberry, Green Apple และ Exotic Fruit และนอกจากจะมีขายที่ชอป สาขาสยามพารากอนแล้ว ยังมีขายที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพ อีกที่หนึ่งด้วย
ตั้งอยู่ที่ ถนนพระราม 1 (Siam Paragon ชั้น Gf ห้อง G14) Siam Paragon , ปทุมวัน , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร 10330
มาการองรสค็อกเทล ขนมเบเกอรี่ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพ นั้นเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาถึงความอร่อยระดับเทพมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฉะนั้นหากจะถามถึง “ขนมมาการอง” ของที่นี่ ก็ต้องบอกว่าอร่อยไม่แพ้ใครเช่นกัน เพราะผิวนอกของมาการองมีความกรอบแต่ก็ยังมีความนุ่มชุ่มฉ่ำอยู่ข้างใน บวกกับไส้รสชาติต่างๆ ที่ผ่านการคิดสร้างสรรค์มาแล้วเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ “มาการองรสค็อกเทล” ที่หยิบเอาเครื่องดื่มต่างๆ มาสร้างสรรค์ให้เป็นรสชาติของมาการอง เช่น Mojito, Grand Marnier, The Bloody Mary และ Baileys นอกจากนี้ยังมีการจับคู่รสชาติต่างๆ เข้าด้วยกัน จนออกมาเป็นรสชาติใหม่ๆ ที่ลงตัว เช่น Mint and Chocolate Drop, Rose and Vanilla, Chocolate Hazelnut, Chocolate Passionfruit หรือ Mint and Chocolate Drop และมาการองรสผลไม้นานาชนิด เช่น Coconut, Lemongrass, Banana, Lemon, Raspberry, Peach, Blueberry, Green Apple และ Exotic Fruit และนอกจากจะมีขายที่ชอป สาขาสยามพารากอนแล้ว ยังมีขายที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพ อีกที่หนึ่งด้วย
ตั้งอยู่ที่ ถนนพระราม 1 (Siam Paragon ชั้น Gf ห้อง G14) Siam Paragon , ปทุมวัน , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร 10330
1. Dhara Dhevi Macaron Siam Paragon
ขอบคุณรูปภาพจาก : mbasic.facebook.com
มาการองที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยจากโรงแรมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ถ้าพูดถึง “มาการอง” ร้านที่คนรักขนมหวานจะต้องคิดถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ “ดาราเทวีมาการอง” ขนมมาการองของ “ดาราเทวี เค้กชอป” โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ที่อร่อยแบบต้องฝันถึง ด้วยเนื้อมาการองที่มีความนุ่มหนึบหนับกำลังดี และไส้หนาๆ ที่มีหลากหลายรสชาติ แถมยังเป็นรสชาติแปลกใหม่น่าลิ้มลอง ที่บางอย่างก็นำเอาของคาวมาทำเป็นของหวาน เช่น ไส้ Black Truffle, White Truffle with Hazelnut และ Foie Gras หรือผสมผสานของอร่อยสองอย่างมาไว้ในมาการองชิ้นเดียว เช่น Matcha Red Bean, Cream Cheese Banana Passion และ Apple Wasabi และนอกจากจะมีขายที่ดาราเทวี เค้ก ชอป สาขาสยามพารากอนแล้ว ดาราเทวี มาการองยังมีขายที่ เซ็นทรัล เวิลด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเซ็นทรัล ชิดลม
ตั้งอยู่ที่ พระราม 1 (อยู่ชั้น G ทางออกซุปเปอร์ฝั่ง take home ) Siam Paragon , ปทุมวัน , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร
มาการองที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยจากโรงแรมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ถ้าพูดถึง “มาการอง” ร้านที่คนรักขนมหวานจะต้องคิดถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ “ดาราเทวีมาการอง” ขนมมาการองของ “ดาราเทวี เค้กชอป” โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ที่อร่อยแบบต้องฝันถึง ด้วยเนื้อมาการองที่มีความนุ่มหนึบหนับกำลังดี และไส้หนาๆ ที่มีหลากหลายรสชาติ แถมยังเป็นรสชาติแปลกใหม่น่าลิ้มลอง ที่บางอย่างก็นำเอาของคาวมาทำเป็นของหวาน เช่น ไส้ Black Truffle, White Truffle with Hazelnut และ Foie Gras หรือผสมผสานของอร่อยสองอย่างมาไว้ในมาการองชิ้นเดียว เช่น Matcha Red Bean, Cream Cheese Banana Passion และ Apple Wasabi และนอกจากจะมีขายที่ดาราเทวี เค้ก ชอป สาขาสยามพารากอนแล้ว ดาราเทวี มาการองยังมีขายที่ เซ็นทรัล เวิลด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเซ็นทรัล ชิดลม
ตั้งอยู่ที่ พระราม 1 (อยู่ชั้น G ทางออกซุปเปอร์ฝั่ง take home ) Siam Paragon , ปทุมวัน , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร
Subscribe to:
Posts (Atom)